FAQ คำถามที่พบบ่อย Ozone Reset Bangkok มีคำตอบ

Q1: การอบโอโซนคืออะไร และช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?

ตอบ: การอบโอโซนคือการใช้เครื่องผลิตก๊าซโอโซน (O₃) ปล่อยเข้าไปในพื้นที่ปิดเพื่อทำปฏิกิริยา Oxidation ก๊าซโอโซนจะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ของเชื้อโรค และสลายโครงสร้างโมเลกุลของกลิ่นเหม็นอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในอากาศและตามพื้นผิวต่างๆ ได้อย่างหมดจดค่ะ

ในทางวิทยาศาสตร์ โอโซน (Ozone) คือ ก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีสูตรทางเคมีว่า (O₃) (โอ-ทรี) 

1. โครงสร้างทางเคมี (Chemical Structure)
ปกติแล้ว ก๊าซออกซิเจนที่เราใช้หายใจกันอยู่ทุกวันคือ (O₂) (มีอะตอมของออกซิเจน 2 ตัวเกาะกันอย่างเสถียร) แต่ โอโซน (O₃) คือก๊าซที่มีอะตอมของออกซิเจน 3 ตัวมารวมกัน ซึ่งการมีอะตอมตัวที่ 3 เพิ่มเข้ามานี้เองที่ทำให้คุณสมบัติของมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

 2. คุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์: "ไม่เสถียรและไวต่อปฏิกิริยา"
ด้วยความที่อะตอมตัวที่ 3 ฝืนเกาะเข้ามา มันจึงเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรอย่างยิ่ง (Highly Unstable) มันพยายามจะผลักอะตอมตัวที่ 3 นี้ออกไปยึดเกาะกับสิ่งอื่นตลอดเวลา นักวิทยาศาสตร์จึงจัดให้โอโซนเป็นสารในกลุ่ม Strong Oxidizing Agent (สารที่มีฤทธิ์ในการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันสูงมาก) ซึ่งมีฤทธิ์รุนแรงกว่าคลอรีนเสียอีกค่ะ

3. กลไกการทำลายเชื้อโรคและกลิ่น (Oxidation Mechanism)
เมื่อก๊าซโอโซนลอยไปกระทบกับสิ่งแปลกปลอมในอากาศหรือบนพื้นผิว กลไกวิทยาศาสตร์จะทำงานทันทีดังนี้: สลายกลิ่น: อะตอมตัวที่ 3 ของโอโซนจะหลุดออกไปวิ่งเข้าชนกับโมเลกุลของกลิ่นเหม็น (เช่น ก๊าซแอมโมเนีย, สารระเหยเคมี) แล้วเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของกลิ่นนั้นให้กลายเป็นสารอื่นที่ไม่มีกลิ่นแทน ฆ่าเชื้อโรค: อะตอมตัวที่ 3 จะเข้าไปเจาะและทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรีย, เชื้อรา หรือโปรตีนที่ห่อหุ้มไวรัส ทำให้เชื้อโรคเหล่านั้นตายและสิ้นฤทธิ์ทันที

4. บทสรุปหลังการทำปฏิกิริยา (Half-Life & Decomposition)
นี่คือจุดเด่นที่สุดในเชิงวิทยาศาสตร์ค่ะ เมื่ออะตอมตัวที่ 3 หลุดไปทำปฏิกิริยา (Oxidation) กับเชื้อโรคหรือกลิ่นจนหมดแล้ว ตัวก๊าซโอโซนที่เหลือก็จะสลายตัวกลับไปกลายเป็นก๊าซออกซิเจน (O₂) บริสุทธิ์ตามเดิม โดยมีอายุขัย (Half-life) ในอากาศสั้นมาก ประมาณ 20-30 นาทีเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการอบโอโซนถึง "ไม่มีสารเคมีตกค้าง" เพราะมันเปลี่ยนตัวเองกลับไปเป็นอากาศที่ใช้หายใจได้นั่นเองค่ะ

Q2: การอบโอโซนสามารถกำจัดกลิ่นอะไรได้บ้าง? กลิ่นฝังลึกหายไหม?
ตอบ: กำจัดได้แทบทุกกลิ่นเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอับชื้น กลิ่นบุหรี่ กลิ่นสารเคมี/สีทาบ้านใหม่ กลิ่นอาหาร กลิ่นขยะ รวมไปถึงกลิ่นสัตว์เลี้ยง ฯลฯ โดยโอโซนจะเข้าไปสลายที่ต้นตอของกลิ่นในระดับโมเลกุล ไม่ใช่แค่การเอาสารเคมีหอมๆ ไปฉีดทับค่ะ
Q3: อบโอโซนแตกต่างจากการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไปอย่างไร?
ตอบ: ต่างกันตรงที่โอโซนเป็น "ก๊าซ" ค่ะ ทำให้สามารถแทรกซึมไปได้ทุกซอกทุกมุม แม้แต่ในจุดที่การฉีดพ่นน้ำยาเข้าไม่ถึง เช่น ในช่องแอร์ หลังตู้ หรือซอกหลืบเล็กๆ และที่สำคัญคือ ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง เพราะหลังจากทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับไปเป็นก๊าซออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติทันทีค่ะ
Q4: ก่อนที่ทีมงานจะเข้าไปอบโอโซน เจ้าของบ้านต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
ตอบ: ก่อนเริ่มการอบโอโซน แนะนำให้เตรียมพื้นที่เล็กน้อย เพื่อช่วยให้การทำงานของโอโซนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้ทีมงานสามารถประเมินหน้างานได้เหมาะสมกับสภาพห้องค่ะ

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนอบโอโซน เช่น

  1. คน สัตว์เลี้ยง และพืชออกจากพื้นที่ชั่วคราว
  2. ระหว่างที่เครื่องกำลังทำงาน ไม่ควรมีคน สัตว์เลี้ยง หรือพืชอยู่ภายในห้อง เนื่องจากโอโซนในระดับเข้มข้นอาจระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจได้
  3. ปิดประตูและหน้าต่างให้เรียบร้อยเพื่อช่วยให้โอโซนกระจายตัวอยู่ภายในพื้นที่ได้เหมาะสม และช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  4. หากห้องมีแอร์ ควรแจ้งทีมงานล่วงหน้าเพราะในบางกรณี กลิ่นสะสมอาจอยู่ภายในระบบแอร์ ซึ่งทีมงานจะช่วยประเมินร่วมด้วยค่ะ
  5. เปิดตู้หรือพื้นที่อับที่ต้องการลดกลิ่น เช่น ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ ตู้เก็บของ หรือพื้นที่ที่มีกลิ่นสะสม เพื่อช่วยให้โอโซนกระจายตัวเข้าถึงได้มากขึ้นหากมีต้นตอกลิ่นชัดเจน ควรแจ้งทีมงานก่อนเข้าบริการเช่น เคยเลี้ยงสัตว์ สูบบุหรี่ ห้องปิดไว้นาน หรือมีความชื้นสะสม เพื่อช่วยให้ทีมงานประเมินแนวทางการทำงานได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง
  6. เตรียมปลั๊กไฟสำหรับใช้งานเครื่องโดยทั่วไปทีมงานจะต้องใช้ไฟฟ้าภายในพื้นที่เพื่อเชื่อมต่อเครื่องอบโอโซนค่ะ
หลังจากอบโอโซนเสร็จ ทีมงานจะแนะนำระยะเวลาการเว้นพื้นที่ และการเปิดระบายอากาศก่อนกลับเข้าใช้งานอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่มักแนะนำให้เปิดประตู หน้าต่าง หรือระบบระบายอากาศประมาณ 30–60 นาที เพื่อให้อากาศถ่ายเทอย่างเหมาะสมค่ะ
Q5: การอบโอโซนต้องใช้เวลาในการอบโอโซนนานแค่ไหน?
ตอบ: ระยะเวลาในการอบโอโซนจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยค่ะ เช่น
  • ขนาดของพื้นที่
  • จำนวนห้อง
  • ระดับการสะสมของกลิ่น
  • ประเภทของกลิ่น
  • ความชื้นภายในห้อง
  • ระบบระบายอากาศของพื้นที่

โดยทั่วไป การอบโอโซนสำหรับคอนโดหรือห้องพักทั่วไป มักใช้เวลาประมาณ 0.30–3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพหน้างานจริง

ตัวอย่างเช่น: 

  • ห้องที่มีกลิ่นอับทั่วไป หรือห้องปิดไว้นาน อาจใช้เวลาไม่นานมาก
  • แต่หากเป็นห้องที่มีกลิ่นสะสมระดับลึก เช่น กลิ่นบุหรี่ กลิ่นสัตว์เลี้ยง หรือกลิ่นที่สะสมอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน ฟูก หรือระบบแอร์ อาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติม หรือบางกรณีอาจแนะนำให้ทำมากกว่า 1 รอบค่ะ
หลังจากเครื่องทำงานครบตามเวลาที่กำหนดแล้ว โดยทั่วไปจะแนะนำให้เว้นระยะอีกประมาณ 30–60 นาที เพื่อเปิดประตู หน้าต่าง หรือระบบระบายอากาศ ให้อากาศถ่ายเทก่อนกลับเข้าใช้งานพื้นที่อีกครั้งค่ะ

ทั้งนี้ ทีมงานจะประเมินหน้างานจริงก่อนเริ่มให้บริการ เพื่อเลือกระยะเวลาและแนวทางการทำงานที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ค่ะ
Q6: หลังอบโอโซนเสร็จแล้ว สามารถเข้าห้องได้ทันทีเลยไหม?
ตอบ: โดยทั่วไป หลังจากเครื่องอบโอโซนทำงานเสร็จ ทีมงานจะทำการเปิดประตู หน้าต่าง หรือช่วยระบายอากาศภายในพื้นที่ เพื่อให้โอโซนค่อย ๆ สลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ และช่วยให้อากาศภายในห้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อนกลับเข้าใช้งานค่ะ

ส่วนใหญ่มักแนะนำให้เว้นระยะประมาณ 30–60 นาที หลังจบการทำงาน ก่อนที่ลูกค้า สัตว์เลี้ยง หรือผู้อยู่อาศัยจะกลับเข้าใช้งานพื้นที่อีกครั้ง ทั้งนี้ ระยะเวลาอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามขนาดพื้นที่ ระดับความเข้มข้นที่ใช้ และสภาพการระบายอากาศของห้องค่ะ

หลังอบโอโซนเสร็จ บางคนอาจยังได้กลิ่นสะอาดคล้าย “กลิ่นหลังฝนตกใหม่ ๆ” หรือกลิ่นเฉพาะตัวของโอโซนหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และกลิ่นดังกล่าวจะค่อย ๆ จางลงเองเมื่ออากาศถ่ายเทค่ะ

ทีมงานจะช่วยแนะนำระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละหน้างานอีกครั้ง เพื่อให้ลูกค้าสามารถกลับเข้าใช้งานห้องได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ค่ะ
Q7: การอบโอโซนอันตรายไหม? มีสารเคมีตกค้างหรือเปล่า?

ตอบ: ปลอดภัย 100% และไม่มีสารตกค้างค่ะ เพราะโอโซนเป็นก๊าซที่แปรสภาพมาจากออกซิเจน เมื่อทำปฏิกิริยาสลายเชื้อโรคและกลิ่นเสร็จแล้ว มันจะสลายตัวกลับไปเป็นก๊าซออกซิเจนที่พวกเราใช้หายใจทันที ไม่เหมือนการฉีดพ่นน้ำยาเคมีที่จะมีคราบหรือสารเคมีตกค้างตามเฟอร์นิเจอร์ค่ะ (ปลอดภัยแม้กระทั่งกับบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้ภูมิแพ้)

ในเชิงวิทยาศาสตร์ โอโซน (O₃) คือก๊าซที่เกิดจากออกซิเจน เมื่อโอโซนทำปฏิกิริยากับกลิ่นหรือสารบางชนิดภายในอากาศเสร็จแล้ว โอโซนจะค่อย ๆ สลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ จึงไม่มักมีคราบหรือสารเคมีตกค้างบนเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน โซฟา หรือพื้นผิวภายในห้องเหมือนการใช้น้ำยาเคมีบางประเภทค่ะ

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เครื่องกำลังทำงาน ไม่ควรมีคน สัตว์เลี้ยง หรือพืชอยู่ภายในพื้นที่ เพราะโอโซนในระดับเข้มข้นอาจระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจได้ ทีมงานจึงจะแนะนำให้เว้นระยะ และเปิดระบายอากาศประมาณ 30–60 นาที หลังจบการทำงานก่อนกลับเข้าใช้งานค่ะ

Q8: การอบโอโซนจะทำลายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเสื้อผ้าในบ้านไหม?
ตอบ : โดยทั่วไป หากใช้งานในปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสม การอบโอโซนไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเสื้อผ้าภายในบ้านค่ะ

การให้บริการของทีมงานจะมีการประเมินขนาดพื้นที่ ระดับกลิ่น และเลือกกำลังรวมถึงระยะเวลาการทำงานให้เหมาะสมกับแต่ละหน้างาน เพื่อช่วยลดกลิ่นสะสม โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมภายในห้องร่วมด้วยค่ะ

สำหรับเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป เช่น โซฟา ผ้าม่าน ฟูก ที่นอน เสื้อผ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยทั่วไปสามารถอยู่ภายในพื้นที่ได้ตามปกติระหว่างการอบโอโซนค่ะ

อย่างไรก็ตาม วัสดุบางประเภท โดยเฉพาะ “ยางธรรมชาติ” (Natural Rubber) หรือวัสดุที่มีส่วนประกอบของยางในปริมาณมาก หากสัมผัสโอโซนเข้มข้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจมีโอกาสเสื่อมสภาพได้เร็วกว่าปกติในบางกรณี ทีมงานจึงจะช่วยตรวจสอบและแนะนำก่อนเริ่มงาน หากมีสิ่งของที่ควรระวังเป็นพิเศษค่ะ

ทั้งนี้ การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม การควบคุมระยะเวลา และการประเมินหน้างานโดยผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การอบโอโซนเหมาะสมกับการใช้งานจริงภายในบ้านและคอนโดค่ะ
Q9: สำหรับการอบโอโซน สามารถทำบ่อยได้แค่ไหน? ต้องอบซ้ำไหม?
ตอบ : ความถี่ในการอบโอโซนจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน และลักษณะของปัญหาภายในห้องค่ะ

หากเป็นการอบโอโซนเพื่อช่วยลดกลิ่นสะสมเฉพาะจุด เช่น
  • กลิ่นสัตว์เลี้ยง
  • กลิ่นบุหรี่
  • กลิ่นจากผู้เช่าเก่า
  • กลิ่นอับจากห้องปิดไว้นาน
  • กลิ่นสีหลังรีโนเวท
ลูกค้าหลายเคส อบเพียง 1 ครั้ง อาจช่วยให้กลิ่นลดลงได้ค่อนข้างชัดเจนแล้วค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นเคสที่กลิ่นสะสมระดับลึก หรือมีต้นตอของกลิ่นยังคงอยู่ เช่น ความชื้น ระบบแอร์ หรือวัสดุที่ดูดซับกลิ่นไว้มาก บางกรณีอาจแนะนำให้มีการอบเพิ่มเติมมากกว่า 1 รอบ เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ค่ะ

ส่วนลูกค้าที่ต้องการดูแลบรรยากาศภายในห้องเป็นระยะ เช่น ห้องที่มีสัตว์เลี้ยง ห้องปล่อยเช่า Airbnb ห้องที่เปิดแอร์บ่อย หรือพื้นที่ที่ต้องการดูแลเรื่องกลิ่นอับสะสม หลายคนมักเลือกอบโอโซนเป็นประจำทุกประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของพื้นที่ค่ะ

ทั้งนี้ ทีมงานจะช่วยประเมินหน้างานจริง และแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละห้องอีกครั้งค่ะ
Q10: บริการอบโอโซนถึงบ้าน คิดราคาอย่างไร และครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง?
ตอบ: Ozone Reset Bangkok ให้บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสำหรับคอนโด บ้าน ห้องเช่า Airbnb และพื้นที่อยู่อาศัยต่าง ๆ โดยราคาจะขึ้นอยู่กับ “ขนาดพื้นที่” และ “จำนวนห้อง” เป็นหลักค่ะ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะหน้างานจริง

ตัวอย่างราคาเบื้องต้น:
  • พื้นที่ไม่เกิน 35 ตร.ม. เริ่มต้นประมาณ 1,590 บาท
  • พื้นที่ประมาณ 35–50 ตร.ม. เริ่มต้นประมาณ 1,990 บาท
สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่กว่านี้ ทีมงานจะช่วยประเมินรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น จำนวนห้อง ลักษณะพื้นที่ และระดับการสะสมของกลิ่น เพื่อแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละเคสค่ะ

ก่อนเข้าบริการ ทีมงานอาจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เช่น
  • วันที่ต้องการรับบริการ
  • ขนาดพื้นที่
  • จำนวนห้อง
  • ประเภทของกลิ่น
  • ลักษณะการใช้งานของห้อง
  • ชื่อโครงการหรือโลเคชัน เพื่อช่วยวางแผนการทำงานและประเมินค่าใช้จ่ายได้เหมาะสมมากขึ้นค่ะ

ปัจจุบัน Ozone Reset Bangkok ให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และโซนใกล้เคียง เช่น อ่อนนุช สุขุมวิท ศรีนครินทร์ พัฒนาการ บางนา แนวรถไฟฟ้า BTS คอนโดและพื้นที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ หากลูกค้าอยู่ในพื้นที่อื่น สามารถส่งโลเคชันหรือชื่อโครงการเข้ามาสอบถามเพิ่มเติมได้ ทีมงานจะช่วยตรวจสอบคิวงานและพื้นที่ให้บริการอีกครั้งค่ะ

Q11: ห้องนอน/คอนโดที่ปิดทิ้งไว้นานๆ เปิดเข้ามาแล้วมีกลิ่นเหม็นอับสะสม การอบโอโซนช่วยได้ไหม?
ตอบ: ช่วยได้ดีมากค่ะ  โดยเฉพาะห้องที่ปิดไว้นานและไม่มีการถ่ายเทอากาศ เพราะเมื่ออากาศภายในห้องอับสะสมต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดกลิ่นอับจากความชื้น เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน ฟูก ที่นอน พรม หรือระบบแอร์ได้ค่ะ

ในเชิงวิทยาศาสตร์ กลิ่นอับมักเกิดจากการสะสมของความชื้น อากาศค้าง และสารอินทรีย์บางชนิดภายในห้อง เมื่อโอโซน (O₃) กระจายตัวอยู่ในอากาศ โอโซนอาจช่วยทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของกลิ่นบางประเภท จึงช่วยลดความรู้สึกอับ กลิ่นค้าง หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในพื้นที่ปิดได้ในหลายกรณีค่ะ

จุดเด่นของการอบโอโซนคือ โอโซนสามารถกระจายตัวเข้าไปตามซอกมุม จุดอับ และพื้นที่ที่การทำความสะอาดทั่วไปอาจเข้าถึงได้ยาก เช่น หลังตู้ ใต้เตียง ผ้าม่าน โซฟา ฟูกและที่นอน ภายในตู้เสื้อผ้า ระบบแอร์ หลังอบโอโซนเสร็จ หลายคนจะรู้สึกว่าบรรยากาศภายในห้องดูสะอาด โปร่ง และสดชื่นขึ้น เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการรีเซ็ตสภาพอากาศก่อนเข้าอยู่ ปล่อยเช่า หรือกลับมาใช้งานอีกครั้งค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากห้องมีความชื้นสะสมสูง หรือมีต้นเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น เชื้อรา น้ำรั่ว หรือแอร์มีความชื้นสะสม อาจแนะนำให้ตรวจสอบและแก้ไขต้นเหตุร่วมด้วย เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากขึ้นค่ะ
Q12: ห้องมีคราบเชื้อราตามผนัง ขอบหน้าต่าง หรือในแอร์ โอโซนฆ่าเชื้อราได้ไหม?
ตอบ: โอโซนสามารถช่วยลดการสะสมของสปอร์เชื้อราบางส่วนในอากาศและบนพื้นผิวได้ค่ะ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนนิยมใช้ในห้องที่มีปัญหาความอับชื้น กลิ่นอับ หรือพื้นที่ที่สงสัยว่ามีการสะสมของเชื้อรา

ในเชิงวิทยาศาสตร์ โอโซน (O₃) มีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์สูง จึงสามารถทำปฏิกิริยากับผนังเซลล์ของจุลินทรีย์บางชนิด รวมถึงสปอร์เชื้อราบางประเภทได้ เมื่อใช้งานอย่างเหมาะสม จึงอาจช่วยลดการกระจายตัวของกลิ่นอับและสปอร์เชื้อราภายในพื้นที่ปิดได้ในหลายกรณีค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากเป็น “คราบเชื้อรา” ที่ฝังลึกอยู่บนผนัง ซิลิโคน ขอบหน้าต่าง ฝ้า หรือภายในวัสดุต่าง ๆ แนะนำให้ทำความสะอาดคราบเชื้อราออกก่อนในเบื้องต้น เพราะโอโซนไม่ได้มีหน้าที่ล้างคราบหรือขัดพื้นผิวโดยตรงค่ะ

หลังจากทำความสะอาดแล้ว การอบโอโซนอาจช่วยดูแลในส่วนของกลิ่นอับ สปอร์เชื้อราที่กระจายอยู่ในอากาศ หรือบริเวณที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้เพิ่มเติมค่ะ

ทั้งนี้ หากต้นเหตุของความชื้นยังคงอยู่ เช่น น้ำรั่ว ผนังอับ หรือระบบระบายอากาศไม่ดี ปัญหาเชื้อราอาจกลับมาเกิดซ้ำได้อีกในอนาคต ดังนั้นการแก้ต้นเหตุของความชื้นร่วมด้วยจึงสำคัญมากค่ะ
Q13: มีปัญหา “กลิ่นผู้สูงอายุ” หรือกลิ่นอับเฉพาะตัวในห้องผู้สูงอายุที่นอนติดเตียง โอโซนช่วยลดกลิ่นได้ไหม?
ตอบ: ในหลายกรณี การอบโอโซนอาจช่วยลดกลิ่นอับสะสมและกลิ่นเฉพาะตัวภายในห้องผู้สูงอายุได้ค่ะ โดยเฉพาะห้องที่มีการใช้งานต่อเนื่อง อากาศถ่ายเทไม่มาก หรือมีการสะสมของกลิ่นตามผ้า ที่นอน และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง

ในเชิงวิทยาศาสตร์ “กลิ่นผู้สูงอายุ” มักเกี่ยวข้องกับสารประกอบตามธรรมชาติที่เรียกว่า Nonenal ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของไขมันบนผิวหนังตามวัย กลิ่นลักษณะนี้มักสามารถสะสมอยู่ตาม
  • ผ้าปูที่นอน
  • หมอน
  • ผ้าม่าน
  • โซฟา
  • ฟูกและเฟอร์นิเจอร์ผ้า
อากาศภายในห้องที่ปิดสะสม
เนื่องจากโอโซน (O₃) อยู่ในรูปก๊าซ จึงสามารถกระจายตัวเข้าไปตามซอกมุมและเส้นใยผ้าได้ในหลายพื้นที่ที่การทำความสะอาดทั่วไปอาจเข้าถึงได้ยาก จึงอาจช่วยลดความอับ กลิ่นค้าง หรือกลิ่นสะสมภายในห้องได้ในหลายกรณีค่ะ

หลังอบโอโซน หลายคนจะรู้สึกว่าบรรยากาศภายในห้องดูสะอาด โปร่ง และสดชื่นขึ้น เหมาะสำหรับห้องพักผู้สูงอายุ ห้องพักฟื้น หรือห้องที่ต้องการดูแลเรื่องกลิ่นสะสมภายในระยะยาวค่ะ

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เครื่องกำลังทำงาน ไม่ควรมีผู้อยู่อาศัยอยู่ภายในพื้นที่ และหลังจบการทำงานควรเปิดระบายอากาศตามระยะเวลาที่ทีมงานแนะนำก่อนกลับเข้าใช้งานค่ะ
Q14: ซื้อบ้านหรือห้องมือสองมามี “กลิ่นเก่า” กลิ่นสาบสะสมอยู่ การอบโอโซนช่วยได้ไหม?
ตอบ: ในหลายกรณี การอบโอโซนสามารถช่วยลดกลิ่นสะสมในบ้านมือสองหรือห้องมือสองได้ค่อนข้างดีค่ะ เพราะกลิ่นที่อยู่ในบ้านเก่ามักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นการสะสมของหลายปัจจัยร่วมกันตลอดระยะเวลาหลายปี เช่น
  • กลิ่นอับจากห้องปิด
  • กลิ่นเฟอร์นิเจอร์เก่า
  • กลิ่นไม้
  • กลิ่นฝุ่นสะสม
  • กลิ่นบุหรี่
  • กลิ่นสัตว์เลี้ยง
  • กลิ่นจากระบบแอร์
    หรือกลิ่นเฉพาะตัวจากการอยู่อาศัยเดิม
หลายครั้ง แม้จะทำความสะอาดทั่วไปแล้ว กลิ่นบางส่วนอาจยังคงสะสมอยู่ตามผ้าม่าน ฟูก โซฟา ตู้ เฟอร์นิเจอร์ หรืออากาศภายในห้อง เพราะโมเลกุลของกลิ่นสามารถฝังอยู่ตามวัสดุต่าง ๆ ได้ค่ะ

จุดเด่นของการอบโอโซน คือ โอโซน (O₃) อยู่ในรูปก๊าซ จึงสามารถกระจายตัวเข้าไปตามซอกมุม จุดอับ และพื้นที่ที่การเช็ดหรือฉีดน้ำหอมทั่วไปเข้าถึงได้ยาก จึงอาจช่วยลดกลิ่นค้างและกลิ่นสะสมภายในบ้านได้ในหลายกรณีค่ะ

หลังอบโอโซน หลายคนจะรู้สึกว่าบรรยากาศภายในบ้านดูสะอาด โปร่ง และสดชื่นขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งซื้อบ้านมือสอง คอนโดมือสอง หรือกำลังเตรียมห้องก่อนเข้าอยู่ใหม่ค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากบ้านมีต้นตอกลิ่นเฉพาะจุด เช่น ความชื้นสะสม เชื้อรา หรือกลิ่นจากแอร์ การแก้ไขต้นเหตุร่วมด้วยจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากขึ้นค่ะ
Q15: ผู้เช่าเก่าแอบสูบบุหรี่หรือสูบกัญชาในห้อง กลิ่นฝังแน่นมาก การอบโอโซนช่วยได้ไหม? ต้องทำกี่ครั้ง?
ตอบ: กลิ่นบุหรี่และกลิ่นควันจากการสูบต่าง ๆ ถือเป็นหนึ่งในกลิ่นที่จัดการได้ค่อนข้างยากค่ะ เพราะนอกจากกลิ่นในอากาศแล้ว ยังมีสารตกค้างบางส่วน เช่น คราบควัน น้ำมัน และอนุภาคขนาดเล็ก ไปสะสมตาม
  • ผนัง
  • ฝ้าเพดาน
  • ผ้าม่าน
  • โซฟา
  • ฟูกและที่นอน
  • ระบบแอร์
  • เฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง
โดยเฉพาะห้องที่มีการสูบต่อเนื่องเป็นเวลานาน กลิ่นอาจค่อย ๆ ฝังสะสมอยู่ในวัสดุต่าง ๆ ภายในห้องค่ะ

ในหลายกรณี การอบโอโซนสามารถช่วยลดกลิ่นควัน กลิ่นไหม้ และกลิ่นอับสะสมจากบุหรี่หรือกัญชาได้ค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก โดยโอโซน (O₃) จะกระจายตัวเข้าไปในอากาศและตามจุดอับต่าง ๆ เพื่อช่วยลดโมเลกุลของกลิ่นที่สะสมอยู่ภายในพื้นที่ค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นห้องที่มีกลิ่นสะสมหนักมาก หรือมีการสูบต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี บางกรณีอาจแนะนำให้:
  • อบโอโซนมากกว่า 1 รอบ
  • เพิ่มระยะเวลาในการทำงาน
  • ทำความสะอาดพื้นผิวร่วมด้วย
  • ล้างแอร์หรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ
  • เพื่อช่วยลดกลิ่นสะสมได้เหมาะสมกับสภาพห้องมากขึ้นค่ะ
ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามระดับการสะสมของกลิ่น วัสดุภายในห้อง และต้นตอของกลิ่นที่ยังคงอยู่หรือไม่ ทีมงานจึงจะประเมินหน้างานจริงก่อนแนะนำแนวทางที่เหมาะสมสำหรับแต่ละเคสค่ะ
Q16: รีโนเวทห้องใหม่ ทาสีใหม่ เฟอร์นิเจอร์เข้าใหม่ มีกลิ่นฉุนจนแสบตาแสบจมูก การอบโอโซนช่วยได้ไหม?

ตอบ: ในหลายกรณี การอบโอโซนอาจช่วยลดกลิ่นฉุนจากการรีโนเวท กลิ่นสีใหม่ หรือกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ได้ค่ะ โดยเฉพาะในห้องที่มีกลิ่นสะสมจากวัสดุตกแต่งภายในและอากาศไม่ค่อยถ่ายเท

กลิ่นลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับสารระเหยง่ายในอากาศ หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) ซึ่งอาจพบได้จาก สีทาผนัง กาว เฟอร์นิเจอร์ใหม่ ลามิเนต วัสดุบิวต์อิน วอลเปเปอร์ งานรีโนเวทภายในห้อง

ในเชิงวิทยาศาสตร์ โอโซน (O₃) มีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์สูง จึงอาจช่วยทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของกลิ่นและสารบางชนิดในอากาศได้ในหลายกรณี จึงช่วยลดความรู้สึกฉุน อับ หรือแสบจมูกจากกลิ่นสะสมภายในห้องได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นงานรีโนเวทใหม่มาก ๆ ที่ยังมีการปล่อยกลิ่นจากวัสดุอย่างต่อเนื่อง การอบโอโซนอาจช่วยลดกลิ่นได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังควรมีการเปิดระบายอากาศร่วมด้วย เพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทและลดการสะสมของกลิ่นภายในพื้นที่ค่ะ

หลังอบโอโซน หลายคนจะรู้สึกว่าบรรยากาศภายในห้องดูสะอาด โปร่ง และสดชื่นขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมห้องก่อนเข้าอยู่ หลังรีโนเวท หรือก่อนปล่อยเช่าค่ะ

ทั้งนี้ หลังจบการอบโอโซน ทีมงานจะแนะนำระยะเวลาการเปิดระบายอากาศก่อนกลับเข้าใช้งาน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และระดับกลิ่นของแต่ละห้องค่ะ

Q17: ในห้องเคยมีคนป่วย อยากอบโอโซนเพื่อลดกลิ่นอับและดูแลสภาพอากาศภายในห้อง ต้องเว้นระยะเวลาไหม?
ตอบ: โดยทั่วไป สามารถเข้าบริการอบโอโซนได้หลังจากผู้ป่วยหายดี หรือไม่มีผู้อยู่อาศัยอยู่ภายในพื้นที่แล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องเว้นระยะเวลานานก่อนเข้าบริการ

ในเชิงวิทยาศาสตร์ โอโซน (O₃) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์สูง จึงมีการนำไปใช้ในบางอุตสาหกรรมสำหรับการดูแลคุณภาพอากาศและช่วยลดการสะสมของจุลินทรีย์บางชนิดในอากาศหรือบนพื้นผิว เมื่อใช้งานอย่างเหมาะสมค่ะ

การอบโอโซนอาจช่วยดูแลบรรยากาศภายในห้อง ลดกลิ่นอับ กลิ่นค้าง และช่วยลดการสะสมของจุลินทรีย์บางส่วนในพื้นที่ปิด เช่น
  • ห้องนอนผู้ป่วย
  • ห้องพักฟื้น
  • ห้องที่ปิดสะสมอากาศ
  • คอนโดหรือบ้านที่ต้องการรีเซ็ตสภาพอากาศหลังใช้งาน
  • รวมถึงบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตู รีโมท สวิตช์ไฟ เฟอร์นิเจอร์ ระบบแอร์
อย่างไรก็ตาม การอบโอโซนไม่สามารถใช้แทนการทำความสะอาดหรือการฆ่าเชื้อทางการแพทย์โดยตรงได้ และควรใช้งานร่วมกับการทำความสะอาดพื้นผิว การระบายอากาศ และการดูแลสุขอนามัยตามปกติค่ะ

หลังจบการอบโอโซน ทีมงานจะเปิดระบายอากาศและแนะนำระยะเวลาการกลับเข้าใช้งานพื้นที่ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพห้องและระดับการใช้งานในแต่ละเคสค่ะ
Q18: กลิ่นทุเรียน กลิ่นปลาร้า หรือกลิ่นกับข้าว ฝังอยู่ในโซฟาผ้าและห้องครัว การอบโอโซนช่วยได้ไหม?
ตอบ: ในหลายกรณี การอบโอโซนสามารถช่วยลดกลิ่นอาหารสะสมภายในห้องได้ค่อนข้างดีค่ะ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารรสจัดหรือกลิ่นที่ติดทนนาน เช่น
  • กลิ่นทุเรียน
  • กลิ่นปลาร้า
  • กลิ่นของทอด
  • กลิ่นอาหารผัด
  • กลิ่นเครื่องเทศ
  • กลิ่นอาหารที่สะสมในห้องปิด
กลิ่นประเภทนี้มักไม่ได้ลอยอยู่แค่ในอากาศ แต่สามารถไปสะสมตามวัสดุที่ดูดซับกลิ่นได้ง่าย เช่น โซฟาผ้า ผ้าม่าน พรม ฟูก ตู้ผ้า ห้องครัว ระบบแอร์ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางครั้ง แม้จะทำความสะอาดหรือฉีดน้ำหอมแล้ว กลิ่นก็ยังคงกลับมาได้อีกค่ะ

ในเชิงวิทยาศาสตร์ โอโซน (O₃) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์สูง เมื่อโอโซนกระจายตัวอยู่ภายในห้อง โอโซนอาจช่วยทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของกลิ่นบางชนิด จึงช่วยลดความเข้มของกลิ่นสะสมในอากาศและตามวัสดุต่าง ๆ ได้ในหลายกรณีค่ะ

จุดเด่นของการอบโอโซนคือ โอโซนสามารถกระจายตัวเข้าไปตามซอกมุม จุดอับ และเส้นใยผ้าที่การเช็ดทำความสะอาดทั่วไปเข้าถึงได้ยาก จึงเหมาะสำหรับห้องที่มีกลิ่นอาหารสะสมต่อเนื่อง หรือพื้นที่ที่ต้องการรีเซ็ตบรรยากาศภายในห้องให้กลับมาสดชื่นมากขึ้นค่ะ

ทั้งนี้ หากมีคราบน้ำมันหรือคราบอาหารสะสมอยู่มาก การทำความสะอาดต้นตอร่วมด้วย จะช่วยให้ผลลัพธ์ของการลดกลิ่นมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy